Novel

แหะๆสวัสดีค่ะ

ตอนช่วงเปิดเทอม1อาทิตย์นี้คงเป็นช่วงที่มินะเล่นเนต+ฝึกลงสี+อัพบล็อกได้ ส่วนหลังจากนั้นคงไม่ได้แตะพวกนี้อีกนานเลยค่ะ (คงไปจนปิดเทอมนี่ล่ะ จะเรียกว่าดองบล็อกมั๊ยเนี่ย= =")

เรื่องที่แต่งเองแต่ยังไม่จบที่นำมาให้ดูคราวนี้ก็เป็นเรื่องเขียนค่ะ= = เรื่องแต่งแต่สมัย2ปีก่อน(จนบัดนี้ก็ยังแต่งได้ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังแต่งต่อ..) คือตอนนี้อยากฟื้นความหลังสิ่งที่ทำมาว่ามันผิดพลาดอะไรรึเปล่า ก็ถ้าเรื่องที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้มีข้อผิดพลาดหรืออ่านแล้วคิดว่ามีข้อควรปรับปรุงประการไหน เม้นท์บอกได้เลยนะคะ^^

เรื่องนี้เราก็เอาลงเว็บเด็กดีค่ะ(นานแล้วอีกล่ะค่ะ= =") เอาล่ะค่ะพูดมามากแล้ว ขอพาทุกท่านไปอ่านเลยละกันนะคะ^^


The magical wars: สงคราม*แดนเวทย์


เปิดเรื่อง : เหตุแห่งสงครามยิ่งใหญ่
แดนมินารอล(Minaral)ดินแดนซึ่งทุกคนสามารถใช้เวทย์มนต์ได้แบ่งออกเป็น 12 เมืองได้แก่ เมืองอีสเติล(Eastle)ริเวอรัส(Riverus)เรด เวร่า(Red Vera)คาเตอริเน่(Catherine)ดราเซนเดอร์(Drazender)เลเวน(Leven)ฟลอราเซีย(Florasia)โคลเดล(Coldel)ไวท์เวนเรีย(White Venria)ทาซิเอเรีย(Taciaria)ลาเวนฮีเว่น (Lavenheven)และเมืองเดสเตอร์มาเนีย(Destermania)ทั้งหมดได้เรียงกันกันล้อมรอบเมืองเรนนี่โบเวอร์(Rainy Bower) ซึ่งอยู่เป็นศูนย์กลางของแดนแห่งนี้
เมืองเรนนี่ โบเวอร์เป็นเมืองที่เล็กที่สุดแต่ก็เป็นเมืองหลวงของแดนเวทย์และศูนย์กลางของเมืองนี้จะมีหอคอยใหญ่และสูงมากเต็มไปด้วยเพชรพลอยประกายสีสดใสประดับไว้มากมายเรียงกันเป็นลวดลายวิจิตรตระการตารอบๆหอก็มีใบไม้ใบหญ้าสวยงามมากมายและมีแม่น้ำใสสะอาดล้อมรอบหออยู่สวยมากๆจนสามารถเป็นสถานท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วหอแห่งนี้เป็นหอที่ผนึกปีศาจชั่วร้ายซึ่งออกมาจากช่องว่างแห่งกาลเวลามายังแดนเวทย์แห่งนี้ในอดีตกาล.ปีศาจตนนี้ได้ทำความเสียหายให้กับผู้คนมากมหาศาล แต่ก็ได้กลุ่มผู้กล้ามารวมพลังสู้กับปีศาจจนชนะและผนึกมันเอาไว้ในคริสตัลแห่งความสุขสรรค์(Happy Rainy)และเก็บไว้ในหอแห่งนี้นั่นเอง
แต่แล้วเมื่อ20ปีก่อนวันหนึ่งปีศาจตนนี้ได้รับการปลดปล่อย!!!!ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามันถูกปลดปล่อยได้อย่างไรทราบแต่ว่าตอนนี้มันได้เปลี่ยนหอแห่งนี้ไปแล้วหอที่มีเพชรพลอยสว่างสดใสบัดนี้มันได้กลายเป็นพลอยสีหม่นหมองดูมืดมัวยังไงอย่างนั้นรอบๆที่มีทิวทัศน์สวยงามกลายเป็นเพียงต้นไม้ที่มีกิ่งก้านแห้งและร่วงหล่นน้ำกลายเป็นน้ำเหม็นเน่าสีน่าเกลียดน่ากลัวเมืองเรนนี่โบเวอร์แห่งนี้ได้กลายเป็นที่ปักหลักของปีศาจไปซะแล้ว !!!!ฟ้าที่ทอดแสงสว่างเรืองรองกลับกลายเป็นฟ้ามืดดำทมิฬความมืดมิดได้เริ่มกระจายไปทั่วทั้งเมือง ไม่ต่างไปจากเมืองแห่งความสิ้นหวังผู้คนในเมืองได้ตายด้วยน้ำมือสมุนปีศาจตอนนี้เมืองแห่งนี้นับได้ว่าไม่มีประชาชนอยู่อีกแล้วโชคดีที่เมืองทุกเมืองไม่ได้อยู่ติดกัน เมืองที่เหลืออีก 12 เมืองจึงไม่โดนไปด้วยแต่พวกมันไม่นึ่งนอนใจเป็นแน่ก็ได้ส่งสมุนมาทำลายเมืองต่างๆที่เหลือจนหัวหน้าเมืองทุกเมืองจำเป็นต้องอยู่ป้องกันเมืองของตนและมีประกาศห้ามออกเดินทางไปที่เมืองอื่นผู้คนต่างถูกตัดขาดจากกันไม่สามารถพบเจอเพื่อนต่างเมืองได้อีกเลย. ถึงจะไม่สามารถพูดเต็มปากได้ว่าเป็นสงครามแต่มันก็คือสงครามและยิ่งใหญ่มากเสียด้วย

ทำไมถึงไม่มีคนไปฆ่าปีศาจนั่นล่ะ? ความจริงก็มีนะแต่ว่าคนทุกคนที่ไปไปย่างกรายเมืองสายรุ้ง..ไม่มีใครได้กลับมาอีกแม้แต่คนเดียวหลังจากนั้นก็ไม่มีใครคิดที่จะไปฆ่ามันอีกเลยทุกคนในตอนนี้จึงทำได้เพียงป้องกันเมืองของตนไว้เท่านั้น!!!!
..สงครามก็ได้มีมาจนถึงตอนนี้ แล้วชะตาของแดนมินารอลจะเป็นอย่างไรต่อไปล่ะ?

**********************************************************

ตอนที่1ความคิดของเด็กสาวคนหนึ่ง

เมืองริเวอรัส
เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่มีน้ำมากที่สุดในแดนนี้ผู้ที่มีเป็นเชื้อสายของเมืองนี้จะใช้เวทย์แห่งสายน้ำได้หมด ทิวทัศน์ส่วนใหญ่ของที่นี่จะมีแม่น้ำไหลผ่านมามากมายน้ำใสสะอาดส่องประกายสะท้อนแสงแดดบนผิวน้ำช่างดูสวยจริงๆ
เฮ้อทำไมมันน่าเบื่ออย่างงี้เนี่ยเมื่อไหร่สงครามจะจบซักทีเมื่อไหร่จะมีคนกำจัดปีศาจบ้าๆนั่นได้ท่านแม่ก็เสียไปเพราะตอนนั้นท่านแม่อยู่ที่เมืองสายรุ้งแล้วก็ถูกฆ่าตอนที่พวกปีศาจมันทำลายเมืองอยากจะไปเดินเล่นในเมืองท่านพ่อก็ห้ามเราอีกเดี๋ยวอันตรายอะไรก็ไม่รู้ทั้งๆที่เมืองเราก็ป้องกันการรุกรานของสมุนได้ทุกที เฮอะ! แล้วหนังสือมันสนุกยังไงเนี่ยมีแต่ตัวหนังสือล้วนๆ อ่านไปก็จะหลับอยู่แล้วท่านพ่อบ้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!
เสียงของเด็กคนหนึ่งในห้องสมุดของวังเจ้าเมืองที่บ่นด้วยความอารมณ์ไม่ค่อยดีกับพ่อของเธอซึ่งเป็นเจ้าเมืองริเวอรัสเด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อนยาวระบ่าเธอรวบผมของเธอเป็น 2 ข้างไว้ทางด้านหลังและไว้ผมม้าข้างหน้านั่งขมักเขม้นบ่นต่อว่าพ่อของเธอดวงตากลมโตสีฟ้าน้ำทะเลที่จ้องมองหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นดูเคร่งเครียด (ที่จริงจะบอกว่าตาอะมองแต่ไม่ได้อ่านนะ)
ย๊าก!!!!! ฉันจะพังห้องสมุดเดี๋ยวนี้แหละ!!!!!!! สาวน้อยว่าแล้วก็เริ่มค้นๆหนังสือกระจัดกระจายไปทั่วห้องผลักตู้เก็บหนังสือล้มลงเป็นโดมิโน่เรียงๆกันไปเรื่อยๆ ..จนท้ายสุดห้องสมุดนี้ก็เละไม่เป็นชิ้นดี และก็ไม่นานนักก็มีคนมาดูที่ห้องหนังสือเพราะได้ยินเสียงตึงตัง.และเขาก็พบว่าน้องสาวของเขาได้ทำลายห้องสมุดอีกแล้ว
นี่!โฮลี่! เธอคิดจะพังห้องสมุดนี้อีกซักกี่ทีเนี่ย!!! นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วรู้มั๊ย!! ครั้งที่ 99แล้วนะเด็กหนุ่มที่อายุมากกว่าเธอพูดขึ้น ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนตาสีคล้ายน้องสาวของเขาจ้องไปที่เธอด้วยความกริ้วและเอือมระอาน้องสาวเต็มกลืน

เลขสวยนี่ก็แหมพี่ชายมันน่าเบื่ออะ ถ้าบางทีน้องจะสติแตกบ้างก็ไม่แปลกนี่นา
เฮอะถ้าบางทีก็ดีแต่นี่เธอเล่นสติแตกทุกวันเนี่ยนะจะไม่ให้บ่นได้ไงเล่า!! รู้มั๊ยลำบากพวกแม่บ้านเขาต้องมาเก็บกวาดแล้วก็จัดทุกวัน หัดเกรงใจบ้างสิ
ค่าๆๆๆคุณพี่ชาย(เฮอะ บ่นอยู่ได้)
คิดอะไรน่ะ!!!
!!!!ประ.เปล่าค่ะ (ชิ จับได้อีก) แล้วเธอก็เดินออกไปเพราะรู้ว่าถ้ายังอยู่ต่อต้องได้ยินการเทศนาของคุณพี่ชายมากกว่านี้อีกหลายกัณฑ์เลย
เออ..โฮลี่ ชายหนุ่มพูดเรียกน้องสาวขึ้นก่อนที่เธอจะออกไป
อะไรจะเทศนาอะไรอีกล่ะ? น้องสาวหันขวับแล้วถามแบบอารมณ์บูดๆ
ตุบ!!! พี่ชายเธอโยนอะไรบางอย่างมาให้มันคือหนังสือ!!!
อะไรฉันพึ่งสติแตกเพราะหนังสือไปหยกๆนี่จะให้ฉันอ่านอีกแล้วหรอเดี๋ยวคราวนี้ห้องฉันก็พังหรอก เด็กสาวพูดด้วยสีหน้ามุ่ยเพราะพอจะคาดการณ์ต่อไปออกถ้าหากตัวเธอยังอ่านหนังสืออีก
เอาน่าคราวนี้เธอลองเอานี่ไปอ่านดูแล้วเธอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องต่างๆในแดนเวทย์แห่งนี้มากขึ้นบางทีเธออาจจะสนใจเรื่องบางเรื่องในนี้ก็ได้คราวนี้เธอจะไปไหนก็เชิญเถอะหมดธุระแล้ว
(หนอยไล่เลยเรอะ พี่ชายบ้า) เธอบ่นอุบอิบในใจแล้วเดินไปยังห้องของเธอ

เมื่อน้องสาวได้เดินลับสายตาไปแล้วพี่ชายเธอก็พูดอะไรซักอย่างเบาๆกับตัวเองว่า

บางทีเธออาจจะเป็นผู้กล้าที่จะช่วยดินแดนแห่งนี้ได้ก็เป็นได้.
******************************************************
ในขณะนั้นตรงทางเดินที่โฮลี่กำลังจะเดินห้องของเธออยู่

เรื่องของแดนเวทย์งั้นหรอมันจะสนุกจริงหรอ? เธอคิด
แล้วทันใดนั้นโฮลี่ก็สะดุดขาตนเองล้ม(อาจเป็นเพราะกำลังนึกเรื่องขณะเดินไป)ล้มหน้ากระแทกพื้นหนังสือพลันตกแล้วบังเอิญมันปลิวเปิดค้างไว้ที่หน้าๆหนึ่งในหนังสือ
โอย~เจ็บฮึ่ย!!!ทำไมเราต้องล้มเนี่ย เจ็บตัวชะมัดเลย เธอบ่นแล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบหนังสือที่ทำตกตอนที่ล้มไปด้วยแล้วเธอก็ไปเห็นข้อความที่น่าสนใจบางอย่างเข้า
คริสตัลของทั้ง12 เมืองเมื่อเอามารวมกันจะสามารถขอพรอะไรก็ได้ 1 ประการงั้นหรอ!?" โฮลี่หยิบหนังสือขึ้นมาแล้วอ่านต่อไป
เมืองแต่ละเมืองจะมีคริสตัลประจำเมืองอยู่แค่เมืองละก้อนเท่านั้นว่ากันว่าคริสตัลแต่ละเมืองจะผนึกภูติของแต่ละเมืองซึ่งกุมความลับของเมืองนั้นๆเอาไว้ถ้ารวบรวมได้ครบ 12 จะสามารถขอพรทุกสิ่งทุกอย่างได้แม้แต่ขอให้กำจัดใครก็ยังได้ เมื่อเธออ่านเธอก็สนใจมากขึ้น
ถ้างั้นก็สามารถขอให้กำจัดปีศาจบ้าๆนั่นได้สินะอ๊ะมีอีกลองอ่านต่อดีกว่าการที่จะทำให้ภูติออกมาจากคริสตัลได้นั้นต้องทำตามเงื่อนไขคริสตัลซึ่งแต่ละก้อนจะมีเงื่อนไขไม่เหมือนกันแต่จะมีเงื่อนไขที่เหมือนกันอยู่เงื่อนไขละ 2 เมืองซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าเงื่อนไขนั้นจะมีอะไรบ้างแต่ว่ากันว่าต้องเป็นคนที่เหมาะสมจริงๆเท่านั้นถึงจะสามารถเปิดผนึกได้ อืมก็ยากเหมือนกันแฮะเอคริสตัลประจำเมืองงั้นก็แสดงว่าท่านพ่อก็ต้องเก็บไว้สินะไปหาท่านพ่อดีกว่า!!!!! เธอลุกพรวดจากพื้นขึ้นมาแล้ววิ่งตรงดิ่งไปห้องทำงานของเจ้าเมือง

ปัง!!!!!! เสียงเปิดประตูดังมากจนพ่อของเธอสะดุ้ง

เสียงอะไรน่ะ!!!! อ้าว?โฮลี่ลูกเองหรอ? มีอะไรตึงตังมาเชียว เจ้าเมืองหันไปพลันนึกว่าผู้ก่อการร้ายที่ไหนบุกที่แท้ก็ลูกสาวของเขานั่นเอง
ท่านพ่อ หนูของคริสตัลของเมืองวอเตอร์ได้มั๊ยคะ ? เธอพูดแล้วพ่อเธอก็สะดุ้งตกใจมากกับคำพูดของลูกสาวตนเอง

ลูก!!!!! ลูกจะเอาของสำคัญของเมืองไปทำอะไร!!! มันไม่ใช่ของที่จะนำไปเล่นนะ
หนูไม่ได้นำไปเล่นหนูจะใช้ช่วยแดนเวทย์ต่างหาก!!!!!
!!!??? อย่างลูกจะช่วยอะไรแดนเวทย์ได้ขนาดคนเก่งๆไปปราบมันก็ยังไม่รอดกลับมาเลยแล้วลูกน่าเรอะจะรอดได้อย่างไร? เขาหัวเราะ เพราะไม่ได้ออกไหนล่ะมั๊งถึงคิดจะไปโดยวิธีนี้ เขาคิด

ต้องได้สิ!!! ไม่เชื่อท่านพ่อก็ดูนี่ซะ เธอยืนยันพร้อมกับโยนหนังสือแล้วเปิดหน้าที่เธออ่านให้พ่อดู
นี่ไงคะหลักฐานว่าหนูจะเอาคริสตัลไปทำไม เธอชี้ให้ดู

พ่อเธออ่านไปซักพักแล้วพ่อเธอก็หัวเราะขึ้นเสียงดังทำเอาโฮลี่สะดุ้งขึ้น
ท่านพ่อหัวเราะอะไรอะนี่มันไม่น่าหัวเราะหรอกนะ เธอถามขึ้นด้วยความฉุน
ลูกลืมอ่านบรรทัดนี้ไปรึเปล่า?

เอ๋?
พ่อของเธอยื่นหนังสือที่มีบรรทัดๆหนึ่งมาให้เธออ่าน

หมายเหตุ. นี่เป็นเพียงข่าวลือๆหนึ่งในสมัยก่อนๆยังไม่แน่ชัดว่าเป็นความจริงหรือไม่ พอเธออ่านเสร็จเธอก็ทรุดไป..ทำไมเราไม่มองให้ดีก่อนเนี่ย...ไอ้คุณพี่ชายบ้าทำไมไม่บอกก่อนนะ
เห็นมั๊ยล่ะท้ายที่สุดก็คิดจะออกไปเล่นสินะไม่มีทางหรอก เขาหัวเราะเพราะคิดว่าลูกสาวโกหกเพื่อจะได้ออกไปเล่นเธอโกรธมากที่พ่อเธอว่าเธอเอาแต่เล่นเธอจึงลุกขึ้นและพูดว่า
ท่านพ่อเคยเชื่อใจลูกสาวตัวเองบ้างไหมถ้าไม่หนูก็ไม่อยากเป็นลูกของพ่อหรอกพ่อแบบนี้หนูเกลียดที่สุด เธอพูดแล้วเธอก็วิ่งออกไป
!!! โฮลี่!!! ลูกพูดอย่างนี้ได้ยังไง!!!ฮึ่ย!!!!!.. กว่าเขาจะพูดจบเธอก็วิ่งหายลับตาไปแล้ว
ตรงทางเดินนั่นเองฟอลคัลพี่ชายของโฮลี่กำลังเดินไปหาท่านพ่อเพื่อจะพูดถึงเรื่องบางอย่าง แล้วข้างหน้าเขาก็เห็นโฮลี่กำลังวิ่ง
นี่เป็นไง อ่านแล้ว. พี่ชายชะงักการพูด.แล้วเขาก็มองน้องสาวที่วิ่งก้มหน้าไปผ่านตัวเขาโดยไม่ทัก .ก่อนที่เธอจะวิ่งผ่านตัวเขาไปเขาเห็นน้ำตาของน้องสาว..แล้วเธอก็วิ่งหายลับสายตาไป..

********************************************************

ก็นำตัวอย่างมาให้ลองอ่านดู1ตอนน่ะค่ะ เรื่องนี้มินะก็แต่งไปแล้ว3ตอนน่ะค่ะ(นี่มันช้ามากเลยไม่ใช่เรอะ?- -)ก็พยายามหาเวลาแต่งน่ะค่ะ(แต่ก็มีการเรียนเข้ามาเอาเวลาว่างไปหมดเลย).....เวลาวาดรูปยังจะหาไม่เห็นเลยค่ะ.........

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูบล็อกๆนี้นะคะแล้วก็ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคอมเมนต์ค่ะ^^



edit @ 2006/06/03 22:09:13


นาอุระ มินาโยะ
View full profile